หน้าแรก เว็บบอร์ด Pic Post หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype หาเพื่อน Facebook คลิป Video ตรวจหวย เกมส์ Quiz Play ไดอารี่ อัลบั้มโหวต คำคม แต่งรูป กริตเตอร์ (รูปวิบวับ) คำนวณ สเปซ Page
ยินดีต้อนรับ
ประวัติ
ยังไม่ได้กำหนดสถานะ
 
ผู้เยี่ยมชม 58 คน 
  

เพื่อน 0 คน 
  

คอมเม้นต์สมุดเยี่ยม 2 
  

คอมเม้นต์อัลบัม 0 
  

คอมเม้นต์บล็อก 4 
  
อัลบัม
ยังไม่ได้สร้างอัลบัม

 
อัพเดท
update 13:50 วันศุกร์ PRdelivery เขียนบล็อกใหม่ "Peak เปิดตัวรองเท้าวอลเลย์บอลจากเครื่องพิมพ์ 3D คู่แรกของโลก"

update 16:53 วันพฤหัส PRdelivery เขียนบล็อกใหม่ "Unigroup Spreadtrum & RDA ยกทัพนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ พร้อมรองรับ "Black Technology""

update 17:04 วันพุธ PRdelivery เขียนบล็อกใหม่ "“หัวเว่ย” จุดประกายความเป็นอัจฉริยะสู่ “เซลล์ประสาท” ขององค์กร ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล"

update 16:12 - 17 เมษายน 2561 PRdelivery เขียนบล็อกใหม่ "Internet Economy Summit 2018 ไขความเข้าใจนวัตกรรมดิจิทัล"

บล็อก
Peak เปิดตัวรองเท้าวอลเลย์บอลจากเครื่องพิมพ์ 3D คู่แรกของโลก
13:50 วันศุกร์

 

Peak แบรนด์กีฬาชั้นนำจากประเทศจีน สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการเทคโนโลยีการพิมพ์ภาพ 3 มิติอีกครั้ง ด้วยการนำรองเท้าวอลเลย์บอลคู่แรกของโลกที่ผลิตจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติมาอวดโฉมเป็นครั้งแรกในการแข่งขันวอลเลย์บอลลีก ออล-สตาร์ เกม ของจีน ฤดูกาล 2018 โดยมีคุณซู จือหัว ซีอีโอของ Peak Sport มาร่วมเปิดตัวรองเท้าคู่ดังกล่าว ร่วมกับ ติง เสีย นักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติจีนชุดโอลิมปิก

 

          อย่างที่รู้กันว่าวอลเลย์บอลเป็นกีฬาที่ต้องอาศัยแรงส่ง ทั้งในการรับส่งบอล การเซฟ การเสิร์ฟ การตบลูกบอล และอื่น ๆ โดยทักษะเหล่านี้จะสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อนักกีฬาสามารถเคลื่อนไหวกระโดดไปมาได้อย่างคล่องแคล่ว ขณะที่ประสิทธิภาพในการรองรับแรงกระแทกอย่างเยี่ยมยอดก็ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเช่นกัน ทั้งนี้ หลังจากที่ได้พูดคุยกับบรรดานักกีฬาวอลเลย์บอลทั้งชายและหญิงมาแล้ว Peak จึงได้รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องในด้านต่าง ๆ มาผสานกับความรู้ความเข้าใจในด้านวอลเลย์ อาทิ ความต้องการและทักษะที่จำเป็นของนักกีฬา เพื่อนำมาใช้ในการผลิตรองเท้ารุ่นใหม่จากเครื่องพิมพ์ภาพ 3 มิติ โดยนำเทคโนโลยีเผาผนึกด้วยเลเซอร์ (SLS) และใช้วัสดุ TPU ที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่นและน้ำหนักเบามากยิ่งขึ้นมาผลิตส่วนล่างของรองเท้า ส่งผลให้รองเท้าของ Peak มีประสิทธิภาพในการรับแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม ความสวยงามและประสิทธิภาพของรองเท้าวอลเลย์บอล 3 มิติชั้นนำของโลกคอลเลกชั่นนี้ จึงแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จอีกขั้นของ Peak ในการพัฒนารองเท้าวอลเลย์บอล

 

          Peak ถือเป็นแบรนด์แรก ๆ ของโลกที่ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ภาพ 3 มิติกับรองเท้ากีฬา โดยทางแบรนด์ได้นำอุปกรณ์การพิมพ์ 3 มิติที่ทันสมัยที่สุดมาใช้ตั้งแต่ปี 2014 พร้อมกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์จากแนวคิดการพิมพ์ 3 มิติ โดยในเดือนพฤษภาคม 2017 แบรนด์ Peak เปิดตัวรองเท้าวิ่งจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติรุ่นแรกของจีนที่มีชื่อว่า"FUTURE I" และวางจำหน่ายในจำนวนจำกัด ต่อมาในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน แบรนด์กีฬาชั้นนำจากจีนยังได้เปิดตัวรองเท้าบาสเก็ตบอลจากการพิมพ์ 3 มิติคู่แรกของโลก รุ่น "DH III 3D Edition" พร้อมดึงตัว ดไวท์ ฮาวเวิร์ด นักบาสเก็ตบอลดาวเด่นจากลีก NBA มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ "รองเท้าคู่นี้ดีกว่ารองเท้าบาสเก็ตบอลแบบเดิม ๆ มาก ผมรู้สึกได้ว่าพื้นรองเท้าและขอบพื้นที่ด้านบนของรองเท้า ซึ่งพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ภาพ 3 มิตินั้น มอบประสบการณ์การสวมใส่ที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น" ฮาวเวิร์ด กล่าว

 

          "นวัตกรรมถือเป็นแรงผลักดันแรกที่ขับเคลื่อนผลงาน ทั้งยังเป็นพื้นฐานสำหรับ Peak ในการก้าวสู่สากล" คุณซู จือหัว ซีอีโอของ Peak Sport กล่าว โดยหลังประสบความสำเร็จในการผลิตรองเท้าจากเครื่องพิมพ์ภาพ 3 มิติ และรองเท้าบาสเก็ตบอล 3 มิติแล้ว แบรนด์ Peak จึงได้นำเทคโนโลยีใหม่นี้ รวมถึงเทคโนโลยีประมวลผลมาใช้กับแวดวงกีฬาวอลเลย์บอล ซึ่งการสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการพัฒนาตลาดต่างประเทศ จึงทำให้ Peak กลายเป็นแบรนด์กีฬาที่กำลังเติบโตในตลาดผลิตภัณฑ์กีฬาระดับโลก

 

          รูปภาพ - https://photos.prnasia.com/prnh/20180419/2109525-1  

 

Impossible Foods เปิดตัวผลิตภัณฑ์เนื้อทำจากพืชครั้งแรกในฮ่องกง
12:43 วันศุกร์

 

- ร้านอาหาร Little Bao และ Happy Paradise ของเชฟ May Chow จะเป็นร้านแรกๆในฮ่องกงที่เสิร์ฟเมนูที่ใช้วัตถุดิบจาก Impossible โดยจะประยุกต์ให้เข้ากับอาหารกวางตุ้ง

- ร้าน Beef & Liberty ของเชฟ Uwe Opocensky จะเป็นร้านเบอร์เกอร์แห่งแรกนอกอเมริกาที่เสิร์ฟ Impossible Burger

- Impossible Foods จะรุกสู่ตลาดอื่นๆเพิ่มเติมตลอดปีนี้

 

บริษัท Impossible Foods เปิดตัวผลิตภัณฑ์เนื้อที่ทำจากพืชเป็นครั้งแรกในฮ่องกง โดยสามารถลิ้มลองได้ตามร้านอาหารยอดนิยมอย่าง Little Bao, Happy Paradise และ Beef & Liberty

 

Dr.Patrick O. Brown อดีตกุมารแพทย์และศาสตราจารย์สาขาชีวเคมีแห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ก่อตั้งบริษัท Impossible Foods ขึ้นในปี 2554 เพื่อทำการผลิตเนื้อ ปลา และผลิตภัณฑ์นมจากพืช ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับการผลิตจากสัตว์ บริษัทใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการผลิตอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ พร้อมกับฟื้นฟูระบบนิเวศ และหล่อเลี้ยงประชากรทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน

 

ฮ่องกงติดอันดับสุดยอดเมืองอาหารของโลกจากการจัดอันดับของ Conde Nast Traveler จึงเหมาะสมอย่างยิ่งกับการเป็นที่แรกนอกอเมริกาที่จะเสิร์ฟ Impossible Burger ซึ่งมีกลิ่นและรสชาติเหมือนเนื้อวัวจริงๆ แต่ทำมาจากพืช

 

ปัจจุบันมีการเสิร์ฟ Impossible Burger ในร้านอาหารกว่า 1,400 แห่งทั่วอเมริกา ตั้งแต่ร้านอาหารระดับรางวัล ร้านอาหารเล็กๆ ไปจนถึงร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่มีหลายสาขาอย่าง White Castle โดยร้านส่วนใหญ่จะเสิร์ฟ Impossible Burger พร้อมขนมปัง เครื่องเทศแบบดั้งเดิม และเครื่องเคียง และตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ร้านอาหารในฮ่องกงจะได้นำวัตถุดิบนี้ไปประกอบอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเบอร์เกอร์แบบดั้งเดิมหรือสตรีทฟู้ด

 

Dr.Brown ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Impossible Foods กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้จัดหาวัตถุดิบให้กับเชฟคนดังในเมืองที่เป็นแหล่งรวมร้านอาหารระดับโลก เรามั่นใจว่าฮ่องกง ซึ่งเป็นศูนย์กลางแห่งไอเดียและอิทธิพลทั้งสมัยใหม่และสมัยเก่า จะเป็นบ้านอีกหลังที่พร้อมเสิร์ฟเมนูเด็ดที่ใช้วัตถุดิบจาก Impossible”

 

เชฟมือทองจากร้านอาหารระดับโลก

 

เชฟ May Chow คือเจ้าของตำแหน่งเชฟหญิงยอดเยี่ยมแห่งเอเชียประจำปี 2560 จากงานประกาศรางวัล 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมของโลก (World's 50 Best Restaurants) ทั้งยังเป็นเจ้าของร้าน Little Bao และ Happy Paradise ร้านอาหารกวางตุ้งต้นตำรับแห่งศตวรรษที่ 21

 

เชฟ Chow เกิดที่เมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดา เธอฝึกฝนฝีมือและทำงานที่กรุงเทพฯ ลอสแองเจลิส และบอสตัน ก่อนจะก้าวขึ้นมามีชื่อเสียงในวงการสตรีทฟู้ดของฮ่องกง และมีส่วนในการขับเคลื่อนฮ่องกงให้เป็นศูนย์กลางอาหารระดับโลก นอกจากนี้ เชฟ Chow ยังเป็นตัวแทนของฮ่องกงตามเทศกาลอาหารต่างๆ เช่น เทศกาลอาหาร “Omnivore” ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปารีสและนครเซี่ยงไฮ้

 

ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปที่ร้าน Little Baoเชฟ Chow และทีมงานจะเสิร์ฟเมนู “Impossible Bao” แซนด์วิชแบบดั้งเดิมที่ทำจากเนื้อ Impossible ราดซอสเทริยากิพริกไทยดำ พร้อมสลัดสาหร่ายคมบุราดซอสมะนาวเกลือ และซอสเต้าหู้หมัก ประกบด้วยขนมปังนึ่งแบบโฮมเมด ในราคา 118 ดอลลาร์ฮ่องกง ขณะที่ร้าน Happy Paradise จะเปิดตัวเมนู “Impossible XinJiang Hot Pocket” หนึ่งในสตรีทฟู้ดยอดนิยมของจีน เสิร์ฟพร้อมหัวไชเท้าดองและเครื่องเทศซินเจียง ในราคา 88 ดอลลาร์ฮ่องกง

 

เชฟ Chow กล่าวว่า “ชาวฮ่องกงต้องการเป็นผู้นำเทรนด์อาหารในระดับโลก ซึ่ง Impossible Burger ที่มีรสชาติอร่อยและนำไปทำอาหารได้หลากหลาย ก็เข้ามาบุกร้านอาหารชั้นนำของฮ่องกงในเวลาที่เหมาะเจาะพอดิบพอดี

 

อีกหนึ่งเชฟมือรางวัลของฮ่องกงอย่างเชฟ Uwe Opocensky ได้สั่งสมชื่อเสียงด้านการทำอาหารจากร้าน El Bulli ในสเปน ซึ่งได้รับการโหวตให้เป็นร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลก นอกจากนั้นยังสั่งสมประสบการณ์นานถึง 10 ปีในตำแหน่งหัวหน้าเชฟประจำโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล หนึ่งในโรงแรมที่ดีที่สุดของฮ่องกง โดยรับผิดชอบดูแลภัตตาคารและบาร์ 10 แห่ง ซึ่งในจำนวนนี้มี 3 แห่งที่ได้รับมิชลินสตาร์ด้วย

 

เขาลาออกจากโรงแรมในปี 2559 เพื่อรับตำแหน่งหัวหน้าเชฟของร้าน Beef & Liberty ซึ่งตอนนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นร้านแฮมเบอร์เกอร์ที่ดีที่สุดในฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ นอกจากนี้ เขายังเป็นเชฟที่ร้านอาหาร Uwe ของตัวเองด้วย สำหรับร้านอาหารในเครือ Beef & Liberty ทั้ง 7 สาขา ได้รังสรรค์เมนูที่ประยุกต์มาจาก “Beefsteak Club” ที่นิยมกันในคริสต์ศตวรรษที่ 18 โดยดัดแปลงให้ทันสมัยขึ้น เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติ และดำเนินงานอย่างยั่งยืน Beef & Liberty เป็นที่ชื่นชอบของคนในพื้นที่และชาวต่างชาติ เพราะเลือกใช้เฉพาะเนื้อวัวปราศจากฮอร์โมนและยาปฏิชีวนะจากที่ราบสูงสกอตติช และนำมาบดเอง นอกจากนี้ ทางร้านยังกรองน้ำดื่มเองเพื่อลดการนำเข้าน้ำดื่มและลดขยะขวดแก้วในฮ่องกง

 

Beef & Liberty จะเสิร์ฟเมนู “Impossible Thai Burger” ซึ่งคลุกเคล้าด้วยพริก ผักชี สะระแหน่ โหระพา ต้นหอม ราดซอสมายองเนสทำจากถั่วเหลือง โรยด้วยหอมและกระเทียมเจียว ในราคา 135 ดอลลาร์ฮ่องกง นอกจากนั้นยังมีเมนู “Impossible Chili Cheese Fries” มันฝรั่งทอดราดซอสที่มีส่วนผสมของพริก เชดดาร์ชีส ต้นหอม และซาวครีม ในราคา 62 ดอลลาร์ฮ่องกง

 

เชฟ Uwe Opocensky หัวหน้าเชฟของร้าน Beef & Liberty กล่าวว่า “เราชื่นชอบเบอร์เกอร์มาก และเราทำในสิ่งที่สามารถทำได้เพื่อสิ่งแวดล้อม เราชื่นชมที่ Impossible Burger สร้างความน่าตื่นเต้นให้กับวงการเบอร์เกอร์ทั่วโลก และมอบโอกาสในการสร้างความยั่งยืนยิ่งขึ้น เรามั่นใจว่าลูกค้าจะรัก Impossible และรู้สึกดีกับการรับประทานอาหารอย่างแน่นอน”

 

ผลิตภัณฑ์เนื้อ Impossible วางจำหน่ายแล้ววันนี้ในฮ่องกง โดยจำหน่ายแบบจำกัดผ่านทาง Classic Fine Foods ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอาหารคุณภาพสูงรายใหญ่ของเอเชีย ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการจัดหา นำเข้า เก็บรักษา ทำการตลาด และจัดจำหน่ายสินค้า โดยดำเนินงานทั่วเอเชียและยุโรปมาตั้งแต่ปี 2544

 

 

รสชาติอร่อยและกระทบสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

 

Impossible Burger พัฒนามาตั้งแต่ปี 2554 ก่อนจะเปิดตัวเป็นครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม 2559 ที่ร้าน Momofuku Nishi ของเชฟ David Chang ในแมนฮัตตัน โดยเป็นเนื้อที่ทำจากพืชเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับรางวัล Tasty Award ปี 2560 และรางวัล Fabi Award ปี 2561 จากNational Restaurant Association

 

นอกจากจะมีการเสิร์ฟในเครือร้านฟาสต์ฟู้ดสัญชาติอเมริกันอย่าง White Castle แล้ว Impossible Burger ยังเป็นเนื้อที่ทำจากพืชเพียงหนึ่งเดียวที่มีการเสิร์ฟในร้านอาหารคอนเซปต์ “Better Burger” ยอดนิยมในอเมริกา อย่างร้าน Fatburger, Umami Burger, Hopdoddy, The Counter, Gott's และ B Spot ซึ่งร้านหลังสุดเป็นร้านเบอร์เกอร์สไตล์มิดเวสต์ของเชฟ Michael Symon

 

Impossible Burger ทำจากวัตถุดิบง่ายๆ ประกอบด้วยน้ำ โปรตีนข้าวสาลี โปรตีนมันฝรั่ง และน้ำมันมะพร้าว โดยมีส่วนประกอบพิเศษอย่าง “ฮีม” (heme) ซึ่งให้รสชาติของเนื้อและเป็นตัวกระตุ้นรสชาติอื่นๆเมื่อนำไปปรุงสุก ฮีมเป็นหน่วยสำคัญของสิ่งมีชีวิต เป็นโมเลกุลที่มีอยู่ทั่วไปในธรรมชาติ พบได้ในสิ่งมีชีวิตทุกชนิดและอาหารทุกประเภทที่เรารับประทาน โดยพบมากในเนื้อเยื่อของสัตว์ และนักวิทยาศาสตร์ของ Impossible ก็ค้นพบว่า ฮีมที่มีอยู่มากมายในเนื้อเยื่อของสัตว์นี่เองที่ทำให้เนื้อสัตว์มีรสชาติอย่างที่เราคุ้นเคย

 

เพื่อตอบสนองความต้องการบริโภคเนื้อและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในเวลาเดียวกัน บริษัท Impossible Foods จึงได้พัฒนาวิธีที่ย่อมเยา ยืดหยุ่น และยั่งยืนกว่าในการผลิตฮีม ซึ่งก็คือการผลิตเนื้อ เพื่อไม่ให้การทำปศุสัตว์สร้างหายนะด้านสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทได้ดัดแปลงพันธุกรรมและหมักยีสต์เพื่อสร้างโปรตีนฮีมที่พบได้ปกติในพืชซึ่งมีชื่อเรียกว่า soy leghemoglobin และฮีมที่ใช้ใน Impossible Burger ก็มีลักษณะเหมือนฮีมที่มนุษย์บริโภคจากเนื้อมานานหลายพันปี โดยมีรสชาติกลมกล่อมเหมือนเนื้อจริงๆ แต่ใช้ทรัพยากรน้อยกว่าเดิมมาก

 

Impossible Burger ผลิตขึ้นโดยไม่มีการฆ่าสัตว์ ทั้งยังปราศจากฮอร์โมน ยาปฏิชีวนะ คอเลสเตอรอล และสารปรุงแต่งรสชาติ นอกจากนั้นยังใช้น้ำน้อยลง 75% ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยลง 87% และใช้พื้นที่น้อยกว่าการทำปศุสัตว์ถึง 95% 

 

เกี่ยวกับ IMPOSSIBLE FOODS

 

Impossible Foods มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองเรดวูดซิตี้ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา บริษัทผลิตเนื้อและผลิตภัณฑ์นมที่มีรสชาติอร่อยและอุดมไปด้วยสารอาหารโดยใช้วัตถุดิบจากพืช ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับการผลิตจากสัตว์ บริษัทเอกชนแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 2554 โดย Patrick O. Brown, M.D., Ph.D. อดีตศาสตราจารย์สาขาชีวเคมีและนักวิจัยของสถาบันการแพทย์โฮเวิร์ด ฮิวจ์ส แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ทั้งนี้ ผู้ร่วมลงทุนกับ Impossible Foods ประกอบด้วย Khosla Ventures, Bill Gates, Google Ventures, Horizons Ventures, UBS, Viking Global Investors, Temasek, Sailing Capital และ Open Philanthropy Project

 

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:

www.impossiblefoods.com  

www.twitter.com/impossiblefoods

www.facebook.com/impossiblefoods

www.instagram.com/impossible_foods

 

สำหรับสื่อมวลชน: https://impossiblefoods.app.box.com/v/presskit

 

สื่อมวลชนกรุณาติดต่อ:

ทั่วโลก (ภาษาอังกฤษ): Ashley Geo อีเมล: ashley.geo@impossiblefoods.com

ฮ่องกง (ภาษาจีน): Jessi Ng อีเมล: jessi@stirpublicrelations.hk

Impossible Foods: pr@impossiblefoods.com

 

ติดต่อสอบถามข้อมูลอื่นๆ: hello@impossiblefoods.com

 

รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/679085/Impossible_Foods___Chef_May_Chow.jpg

รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/679084/Impossible_Foods___Chef_Uwe_Opocensky.jpg

Bond No. 9 ร่วมเฉลิมฉลองให้กับพลังหญิง ด้วยกลิ่นหอม ความคิดสร้างสรรค์ และความมีเมตตาของผู้หญิง
11:41 วันศุกร์

          ในปัจจุบันนี้ ผู้หญิงทั่วโลกได้ก้าวขึ้นมายืนอยู่แถวหน้าของสังคม ด้วยพลังความแข็งแกร่งที่พวกเธอมี และความเชื่อมั่นในตัวเองอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน สำหรับ Bond No. 9 และประธานผู้ก่อตั้งแบรนด์อย่าง Laurice Rahme เวลานี้จึงเป็นเวลาที่ดีที่สุดที่เราจะได้เฉลิมฉลองให้กับผู้หญิง อย่าเข้าใจผิด เรายังไม่ลืมผู้ชาย แต่เราเพียงอยากจะขอร่วมเฉลิมฉลองให้กับพลังและความแข็งแกร่งของผู้หญิงทั่วโลก รวมถึงความหวังในการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นบนโลก ทั้งนี้ เรายินดีที่จะประกาศให้ทราบว่า แบรนด์ผลิตภัณฑ์น้ำหอมของเราได้ให้การสนับสนุนและเป็นตัวแทนของพลังหญิงนับตั้งแต่จัดตั้งแบรนด์ขึ้นเมื่อ 14 ปีที่แล้ว โดยเราหวังว่า เรื่องราวของเราและเรื่องราวแห่งความสำเร็จจากความคิดนอกกรอบของBond No. 9 จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของธุรกิจหรือไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน

 

          Bond No. 9 นั้นเป็นเจ้าของและดำเนินงานโดยผู้หญิง 100% ด้วยพลังของผู้ก่อตั้ง ประธานบริษัท และหัวหน้าฝ่ายครีเอทีฟอย่าง Laurice Rahme เราภูมิใจในความเป็นบริษัทของเรา โดยธุรกิจที่สวนกระแสของเราต้องอาศัยทั้งความกล้าหาญ ความซุกซน ความสนุกสนาน ความแหวกแนว และจิตวิญญาณเสรี

 

          หนึ่งในมุมมองที่แปลกใหม่ของ Bond No.9 ซึ่งเราภาคภูมิใจนำเสนอก็คือ การใส่ใจในหน้าที่ของพลเมือง แม้ว่าธุรกิจน้ำหอมอาจจะเกี่ยวข้องกับความรักและความดึงดูดใจเป็นหลัก แต่บริษัทของเรามักจะคิดถึงเมืองของเรา ประเทศ และโลกของเราก่อนเสมอ ยกตัวอย่างเช่น น้ำหอมที่ขายดีที่สุดของเราอย่างกลิ่น Scent of Peace ก็ได้รับการรังสรรค์ขึ้นด้วยความเคารพที่มีต่อองค์กรระดับโลกที่มุ่งสร้างสันติภาพและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างองค์การสหประชาชาติ ในการเปิดตัวน้ำหอมครั้งนั้น เราได้สนับสนุนองค์กรเมล็ดพันธุ์สันติภาพ (Seeds of Peace) อันเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่มุ่งรวบรวมผู้นำหนุ่มสาวจากภูมิภาคที่เกิดความขัดแย้งมาไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ Laurice Rahme ประธานของเรา ยังได้ให้การสนับสนุนสมาพันธ์สันติภาพขององค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (U.N. Women for Peace Association) ด้วยจากรายได้จากการจำหน่ายน้ำหอม Scent of Peace ทั่วโลก ส่งผลให้เธอได้รับรางวัลจากทางองค์กรในปี 2558

 

          สำหรับน้ำหอมทั้ง 70 กลิ่นของเรานั้นถูกรังสรรค์และออกแบบแพคเกจด้วยฝีมือของผู้หญิง อีกทั้งน้ำหอมทุกกลิ่นยังมีซิกเนเจอร์ของตัวเอง ส่งผลให้แต่ละกลิ่นสามารถคงเอกลักษณ์ไว้ได้เฉกเช่นเดียวกับ Bond No. 9 ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเป็นแบรนด์ที่กล้าเผชิญหน้ากับความเสี่ยง และต้องการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นบนโลก ด้วยโปรไฟล์ของแบรนด์ที่พยายามหลีกเลี่ยงความโรแมนติกหวานแหววแบบน้ำหอมทั่วๆไป และในวันนี้ เราอยากที่จะร่วมเฉลิมฉลองให้กับผู้หญิง ยกตัวอย่างเช่น เรามีน้ำหอมกลิ่นที่เหมาะกับผู้หญิงในศตวรรษที่ 21 เรามีน้ำหอมที่ใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย และเรามีน้ำหอมกลิ่นที่เหมาะกับโลกยุคดิจิทัลเป็นแบรนด์แรกของโลก แน่นอนว่าเรามีน้ำหอมสำหรับคุณผู้ชายด้วยเช่นกัน (ซื่งผู้หญิงมักเป็นคนช่วยเลือก)

 

          ความสำเร็จเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากพลังหญิงที่แข็งแกร่ง ดังนั้น Bond No. 9 จึงอยากขอร้องให้คุณเปล่งเสียงของตัวเองออกมาให้โลกได้ยิน กล้าเดินหน้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ยืนหยัดต่อสู้เพื่อสิทธิของตัวเอง ออกไปลงคะแนนเสียง อย่าปฏิเสธใครๆ และอย่ากลัวที่จะท้าทายอำนาจทางการ จงก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางนี้

 

          ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง: https://www.multivu.com/players/English/8270651-bond-no-9-april-release-for-new-eau-de-parfum-spring-fling/ 

 

          #BondNo9

 

          @bondno9ny

 

          www.bondno9.com 

 

          รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/663288/Bond_No_9_Swarovski.jpg

เพื่อน
ยังไม่มีเพื่อน

 
สมุดเยี่ยม
กรุณา "เข้าสู่ระบบ" ก่อนคอมเม้นต์
โดย : รายการ 14:10 - 14 มีนาคม 2561 ลบ
hi !
ปฏิทินบล็อก
เมษายน 2561
อา.จ.อ.พ.พฤ.ศ.ส.
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930
บล็อกโปรด
    ยังไม่มีบล็อกโปรด

     
     
    ข้อตกลงการใช้บริการ ติดต่อเว็บไซต์ แจ้งปัญหาการใช้งาน แจ้ง Report เนื้อหา ติดต่อโฆษณา