หน้าแรก Hot Topic Pic Post หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype หาเพื่อน Facebook เว็บบอร์ด พูดคุย ถาม-ตอบ คลิป Video ตรวจหวย หาเพื่อน Skype หาเพื่อน Facebook ผลบอล เกมส์ Quiz Play ไดอารี่ อัลบั้มโหวต คำคม แต่งรูป กริตเตอร์ (รูปวิบวับ) คำนวณ สเปซ Page
ยินดีต้อนรับ
ประวัติ
ยังไม่ได้กำหนดสถานะ
 
ผู้เยี่ยมชม 56 คน 
  

เพื่อน 0 คน 
  

คอมเม้นต์สมุดเยี่ยม 1 
  

คอมเม้นต์อัลบัม 0 
  

คอมเม้นต์บล็อก 4 
  
อัลบัม
ยังไม่ได้สร้างอัลบัม

 
อัพเดท
ยังไม่มีข้อมูลการอัพเดท

 
บล็อก
ContourGlobal ลงนามในสัญญาเงินกู้ระยะยาววงเงิน 195 ล้านดอลลาร์ เพื่อใช้เป็นทุนในกิจการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ประเทศอาร์เมเนีย
13:45 - 3 กุมภาพันธ์ 2560

          - ครอบคลุมเงินกู้ 51 ล้านยูโร สำหรับการยกระดับโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาด 405 เมกะวัตต์

 

          ContourGlobal ประกาศว่า ContourGlobal Hydro Cascade CJSC ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ได้ลงนามในสัญญาสินเชื่อ 2 ฉบับ ซึ่งประกอบด้วยสินเชื่อระยะยาวประเภทไม่มีสิทธิไล่เบี้ย (non-recourse) วงเงินรวมเกือบ 200 ล้านดอลลาร์ สำหรับใช้ในการดำเนินธุรกิจในประเทศอาร์เมเนีย เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา

 

          บริษัทได้รับอนุมัติเงินกู้ระยะยาววงเงิน 140 ล้านดอลลาร์จาก International Finance Corporation ("IFC") ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งดัตช์ (FMO) และบรรษัทการลงทุนและการพัฒนาแห่งเยอรมนี (DEG) ซึ่งได้มีการปิดสัญญาและเบิกจ่ายเงินแล้วเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา โดยเงินทุนที่ได้จากการกู้ยืมครั้งนี้จะนำไปใช้ในการชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นและเงินกู้จากผู้ถือหุ้น ซึ่งบริษัทได้กู้ยืมเพื่อนำไปซื้อกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ Vorotan Facility จากรัฐบาลอาร์เมเนียเมื่อปี 2558 รวมทั้งจะนำไปจ่ายผลตอบแทนเบื้องต้นให้แก่ผู้ถือหุ้น และเป็นทุนฟื้นฟูโรงไฟฟ้าดังกล่าว เงินกู้ประเภทลดต้นลดดอกนี้ครบกำหนดชำระเงินคืนใน 18 ปี ซึ่งทาง IFC ยังได้จัดทำสัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยด้วย

 

          นอกจากสินเชื่อข้างต้นแล้ว ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเยอรมนี (KfW) ยังได้ให้เงินกู้อีก 51 ล้านยูโรแก่รัฐบาลอาร์เมเนีย ซึ่งได้นำไปปล่อยกู้ต่อ (on-lent) กับทางโครงการ เพื่อใช้เป็นทุนในการยกระดับระบบไฟฟ้าเครื่องกลและปรับปรุงให้โรงไฟฟ้ามีความทันสมัย สัญญาเงินกู้ฉบับนี้ได้ปิดสัญญาเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2559 เช่นกัน โดยมีการแบ่งชำระเป็นหลายงวด ครบกำหนดชำระตั้งแต่ปี 2568-2593 และจะนำไปเป็นทุนสำหรับปรับปรุงสถานที่ โดยโครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้านี้จะจัดซื้ออุปกรณ์ใหม่ ทั้งเครื่องกังหัน เครื่องกำเนิดไฟฟ้า หม้อแปลง รวมถึงอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าสำรองและเครื่องกล เพื่อนำไปแทนที่อุปกรณ์เดิมในโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Tatev, Shamb และ Spandaryan ซึ่งทั้งหมดนี้รวมกันเป็น Vorotan Facility โครงการดังกล่าวจะยกระดับความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยในการดำเนินงาน ยืดอายุของโรงไฟฟ้า และเพิ่มความสามารถในการผลิตไฟฟ้าในบริเวณเหล่านี้ ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถดำเนินการปรับปรุงเสร็จสิ้นได้ในปี 2564

 

          โจเซฟ แบรนด์ ประธานและซีอีโอของ ContourGlobal ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Vorotan กล่าวว่า "เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่สามารถทำสัญญาจัดหาเงินทุนระยะยาวเหล่านี้ให้กับ Vorotan และเราขอแสดงความขอบคุณต่อบรรดาพันธมิตร ทั้ง IFC, FMO, DEG และ KfW ที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการนี้ นอกจากนี้ เรายังต้องขอขอบคุณรัฐบาลอาร์เมเนียที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดหาเงินทุน โดยการระดมทุนครั้งนี้ช่วยมอบโครงสร้างเงินทุนระยะยาวที่มีความมั่นคง ซึ่งเปิดโอกาสให้เราสามารถเดินหน้าเพื่อทำให้มั่นใจว่า ศักยภาพ ความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่โรงไฟฟ้าแห่งนี้ จะเป็นไปตามมาตรฐานระดับโลก"

 

          Vorotan ประกอบไปด้วยโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 3 แห่ง ซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมกัน 405 เมกะวัตต์ โครงการดังกล่าวตั้งอยู่บนแม่น้ำโวโรแทน ทางตอนใต้ของประเทศอาร์เมเนีย ซึ่ง ContourGlobal ได้เข้าซื้อเมื่อเดือนกรกฎาคม 2558 โดยมี IFC ถือผลประโยชน์ในโครงการนี้เป็นสัดส่วน 20%

 

          เกี่ยวกับ ContourGlobal

          

          ContourGlobal เป็นบริษัทผลิตไฟฟ้าระดับโลก ด้วยกำลังการผลิตรวมประมาณ 4,200 เมกะวัตต์(1) จากการดำเนินงานใน 19 ประเทศ 3 ทวีป ContourGlobal มีพนักงานประมาณ 2,000 ราย ซึ่งปฏิบัติงานประจำโรงไฟฟ้าพลังความร้อนและโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน 69 แห่ง(1) โดยใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยหลากหลายประเภท

 

          (1) รวมโรงไฟฟ้าในบราซิลที่บริษัทได้ประกาศซื้อเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2559

“Longwood Gardens” เตรียมเปิดสวนน้ำพุสุดอลังการ พ.ค.นี้
10:41 - 2 กุมภาพันธ์ 2560

 Longwood Gardens เตรียมต้อนรับการกลับมาของสวนน้ำพุสุดอลังการ Main Fountain Garden ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2560 หลังใช้เวลาปรับปรุงนานถึง 2 ปี และใช้งบประมาณไปทั้งสิ้น 90 ล้านดอลลาร์

 

          วิดีโอ - https://youtu.be/O1kekxhCOk0 

 

          Main Fountain Garden ของ Longwood เป็นสวนน้ำพุที่อลังการที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ และงดงามตระการตาเทียบเท่าสวนน้ำพุชื่อดังในยุโรป ด้วยการออกแบบอันล้ำสมัยและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีล่าสุดได้อย่างกลมกลืน สวนแห่งนี้จะกลับมาอีกครั้งในธีม Summer of Spectacle ที่ผสมผสานการแสดงน้ำพุและดอกไม้ไฟสุดยิ่งใหญ่ นอกจากนั้นยังเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้เที่ยวชมและเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เพื่อเฉลิมฉลองการกลับมาอวดโฉมอีกครั้ง

 

          พอล บี เรดแมน ประธานและซีอีโอของ Longwood Gardens กล่าวว่า "การฟื้นฟู Main Fountain Garden ถือเป็นโครงการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Longwood นับตั้งแต่ผู้ก่อตั้งเสียชีวิตไปเมื่อปี 2497 และการกลับมาอีกครั้งของสวนแห่งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง ต้องขอขอบคุณความพยายามของพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ วิศวกรรม และการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ รวมถึงทีมงานของ Longwood ที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์และความทุ่มเท ซึ่งทำให้ Main Fountain Garden กลับมาอย่างยิ่งใหญ่กว่าที่เคยเป็นมา"

 

          การเปิดตัว Main Fountain Garden ในธีม Summer of Spectacle ระหว่างวันที่ 27 พฤษภาคม ถึงวันที่ 30 กันยายน จะอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมพิเศษมากมายตลอดซัมเมอร์ ได้แก่ การแสดงน้ำพุประจำวัน การเดินชมรอบๆสวน และการแสดงดนตรี เป็นต้น นอกจากนั้นยังขยายเวลาเข้าชมการแสดงน้ำพุในยามค่ำคืนของวันพฤหัสบดี ศุกร์ และเสาร์ด้วย ยิ่งไปกว่านั้น การแสดงน้ำพุและดอกไม้ไฟตามจังหวะดนตรีจะกลับมาอีกครั้งพร้อมชุดการแสดงสุดพิเศษ 6 ชุด ในวันที่ 28 พฤษภาคม, 2 กรกฎาคม, 22 กรกฎาคม, 12 สิงหาคม, 2 กันยายน และ 16 กันยายน โดยจะเปิดจำหน่ายบัตรในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้

 

          การฟื้นฟู Main Fountain Garden

 

          Main Fountain Garden เป็นสัญลักษณ์ของ Longwood ที่มีผู้เยี่ยมชมมากกว่า 1.35 ล้านคนต่อปี โดยคุณปิแอร์ เอส ดู ปองท์ ผู้ก่อตั้ง Longwood ได้เปิดตัว Main Fountain Garden เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2474 โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากเทคโนโลยีแห่งศตวรรษที่ 20 และความงดงามของสวนสไตล์ยุโรปชื่อดังหลายแห่ง ในตอนที่ Longwood เริ่มทำการอนุรักษ์ Main Fountain Garden ทางทีมงานได้ยึดวิสัยทัศน์ของคุณปิแอร์เป็นหลัก พร้อมกับรับประกันความรื่นรมย์ของสวนตามแนวคิดดั้งเดิม นั่นคือ "การฟื้นฟูเชิงประยุกต์" อันเป็นตัวกำหนดทิศทางการออกแบบ การฟื้นฟู และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี

 

          คุณเรดแมนกล่าวเสริมว่า "น้ำพุและสวนถือเป็นของขวัญอันแสนรื่นรมย์และเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา และการปลุกจิตวิญญาณของ Main Fountain Garden ของ Longwood นับเป็นการแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ ความเอาใจใส่ และความรับผิดชอบ ซึ่งการสร้างประสบการณ์อันแสนวิเศษ ล้ำสมัย และเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกเช่นนี้ตั้งแต่หลายสิบปีที่แล้ว ต้องอาศัยวิสัยทัศน์อันกว้างไกลอย่างมาก Main Fountain Garden จึงเป็นสถานที่ที่ไม่มีที่ใดในโลกเสมอเหมือน" 

 

          สำหรับไฮไลท์ของโปรเจคท์นี้คือ การบูรณะปูนปั้นทั้งหมด 4,000 ชิ้น การวางระบบไฟฟ้าและกลไกใหม่ทั้งหมด รวมถึงการสร้างถ้ำ Grotto ขึ้นใหม่ นอกจากนั้นยังมีการปรับปรุงทางเดิน แนวพุ่มไม้ และทางเข้าที่สวยงามสะดุดตา เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ผู้เข้าชม อีกทั้งยังใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อทำให้น้ำพุพุ่งสูงกว่าที่เคย การกลับมาของ Main Fountain Garden จึงยิ่งใหญ่แบบที่ไม่มีใครเทียบได้อย่างแท้จริง 

 

          การฟื้นฟู Main Fountain Garden ของ Longwood เป็นโครงการอนุรักษ์สวนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา งานอันซับซ้อนและยิ่งใหญ่เช่นนี้ต้องอาศัยทีมงานที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ ทักษะ และความเอาใจใส่ในการฟื้นฟูของเก่าพร้อมกับเนรมิตของใหม่ โดย Longwood ได้ร่วมมือกับบริษัทชั้นนำระดับโลกที่อุทิศตนให้กับการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ ภูมิสถาปัตยกรรม และการออกแบบน้ำพุ อันได้แก่

 

          -  Beyer Blinder Belle บริษัทสถาปัตยกรรมชั้นนำซึ่งเชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ ได้ยกทีมนักออกแบบระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับโลก มาร่วมกันบูรณะสวนแห่งนี้ นอกจากนั้นยังได้พยายามปรับภาพลักษณ์ของสถาปัตยกรรมดั้งเดิมเพื่อรองรับผู้มาเยือนที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น รวมถึงปรับปรุงบริเวณทางเข้าของพื้นที่ต่างๆในสวนด้วย

 

          -  West 8 บริษัทภูมิสถาปัตยกรรมชื่อดังระดับโลก รับหน้าที่ออกแบบพื้นที่สาธารณะใน Main Fountain Garden เพื่อขยายพื้นที่เดิมให้กว้างขวางขึ้น ควบคู่ไปกับการเติมแต่งความงดงามให้กับสวน รวมทั้งสร้างสถานที่พักผ่อนหย่อนใจแห่งใหม่ให้แก่ผู้มาเยือน

 

          -  Fluidity Design Consultants บริษัทชั้นนำด้านวิศวกรรมและการออกแบบการเคลื่อนไหวของน้ำจากลอสแองเจลิส รับหน้าที่ตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานสุดล้ำของน้ำพุ ผสานฟังก์ชั่นควบคุมการเคลื่อนไหวของน้ำพุอันน่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งจะช่วยให้โชว์น้ำพุสุดตระการตาของ Longwood เริงระบำไปตามเสียงเพลงได้อย่างงดงาม

 

          รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Main Fountain Garden และ Summer of Spectacle ได้ที่ longwoodgardens.org

 

          เกี่ยวกับ Longwood Gardens

 

          ในปี 2449 นักอุตสาหกรรมนามว่า ปิแอร์ ดู ปองท์ (2413-2497) ได้ซื้อฟาร์มเล็กๆแห่งหนึ่งใกล้กับเคนเนตต์สแควร์ รัฐเพนซิลเวเนีย โดยหวังที่จะปกป้องต้นไม้เก่าแก่ไม่ให้ถูกตัด และในวันนี้ Longwood Gardens ได้กลายมาเป็นสวนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยพื้นที่ 1,077 เอเคอร์ อันประกอบไปด้วยสวนพฤกษชาติ ป่าไม้ ทุ่งหญ้า น้ำพุ เรือนกระจกขนาด 4.5 เอเคอร์ และคอลเลคชั่นเครื่องดนตรี Aeolian Organ นับหมื่นชิ้น ทั้งนี้ Longwood ยังคงสานต่อพันธกิจของคุณปิแอร์ในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน ผ่านการออกแบบสวน การดูแลสวน การให้ความรู้ และการแสดงศิลปะ ตลอดจนการจัดนิทรรศการ การแสดงดนตรีจากศิลปินชั้นนำ คอร์สให้ความรู้ด้านการดูแลสวน การวิจัยพืชสวน การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมในชุมชน

 

          Longwood Gardens ตั้งอยู่บนถนน Route 1 ใกล้กับเคนเนตต์สแควร์ รัฐเพนซิลเวเนีย ห่างจากเมืองฟิลาเดลเฟียไปทางตะวันตก 30 ไมล์ สามารถรับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.longwoodgardens.org 

“La Prairie” เตรียมอวดโฉมผลิตภัณฑ์สกินแคร์สุดหรูในมหกรรม Art Basel ที่สวิตเซอร์แลนด์
09:53 - 2 กุมภาพันธ์ 2560

 

          มหกรรม Art Basel จะจัดขึ้นที่เมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 15-18 มิถุนายน 2560

 

          "La Prairie" แบรนด์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสุดหรูสัญชาติสวิส ร่วมมือกับ "Art Basel" มหกรรมศิลปะชั้นนำของโลก อวดโฉมผลิตภัณฑ์สุดหรูหรารับปี 2560

 

          (โลโก้: http://mma.prnewswire.com/media/463455/Art_Basel_Logo.jpg )

          (โลโก้: http://mma.prnewswire.com/media/463460/La_Prairie_Logo.jpg )

          (รูปภาพ: http://mma.prnewswire.com/media/463456/La_Prairie_Art_of_packaging.jpg )

          (รูปภาพ: http://mma.prnewswire.com/media/463459/La_Prairie_Science_and_Arts.jpg )

          (รูปภาพ: http://mma.prnewswire.com/media/463457/La_Prairie_brand_seal.jpg )

          (รูปภาพ: http://mma.prnewswire.com/media/463458/La_Prairie_design.jpg )

 

          ภายใต้ความร่วมมืออันน่าตื่นตาตื่นใจนี้ ผลิตภัณฑ์ของ La Prairie จะได้รับเกียรติให้จัดแสดงใน Collectors Lounge ตลอดระยะเวลาการจัดมหกรรม Art Basel โดยบรรดาแขกวีไอพีจะได้ยลโฉมอาณาจักรของ La Prairie รวมถึงทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับแต่ละสภาพผิวด้วย

 

          ผลิตภัณฑ์ทุกสูตรของ La Prairie ได้รับการรังสรรค์อย่างมั่นใจ และก้าวข้ามขีดจำกัดของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบบเดิมๆ ด้วยการใช้วัตถุดิบหายากและทรงคุณค่า พร้อมผสานศาสตร์และศิลป์อย่างลงตัว

 

          แพทริค ราสควิเนต ประธานและซีอีโอของ La Prairie Group กล่าวว่า "เรารู้สึกตื่นเต้นที่ La Prairie ได้จับมือกับ Art Basel ในการแสวงหาความงามเหนือกาลเวลาและแสดงความกล้าที่จะนำเสนอสิ่งใหม่ๆ เราทำการค้นคว้าวิจัยอย่างอุตสาหะจนเกิดการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ ก่อเกิดเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสูตรต่างๆ ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ที่งามดุจอัญมณีไปจนถึงบริการอันเหนือระดับ ศิลปะจึงมิได้เป็นเพียงตัวตนของ La Prairie เท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่เราทุ่มเทเสมอมา"

 

          จิตวิญญาณของ La Prairie ได้รับการนำเสนอผ่านโลกแห่งศิลปะร่วมสมัย โดย มาร์ก สปีเกลอร์ ผู้อำนวยการใหญ่ของ Art Basel กล่าวว่า "เรายินดีที่ได้เป็นพันธมิตรกับ La Prairie บริษัทสัญชาติสวิสที่สร้างชื่อเสียงระดับโลกด้วยความเป็นเลิศที่ไม่มีใครเทียบเทียม เฉกเช่นเดียวกับ Art Basel"  

 

          นอกจากการร่วมมือกับ Art Basel แล้ว La Prairie ยังเตรียมฉลองครบรอบ 30 ปีของ "Skin Caviar" ผลิตภัณฑ์ที่เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ ด้วยการสร้างความร่วมมือทั้งทางด้านศาสตร์และศิลป์กับกลุ่มศิลปินร่วมสมัย โดยจะมีการประกาศรายละเอียดต่อไปในอนาคต

 

          เกี่ยวกับ La Prairie 

 

          La Prairie คือผู้นำด้านผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสุดหรูที่ดำเนินธุรกิจใน 90 ประเทศทั่วโลก La Prairie ไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์แห่งความหรูหราเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงนวัตกรรม ประสิทธิภาพ บริการอันเหนือระดับ รวมถึงความเป็นสวิส อันประกอบด้วยความบริสุทธิ์ ความแม่นยำ ความทันสมัย และความประณีตที่ตกทอดกันมานับตั้งแต่แบรนด์ได้ถือกำเนิดขึ้นในปี 2521 ทั้งนี้ La Prairie มุ่งแสวงหาความงามเหนือกาลเวลา โดยอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูง ผสานอย่างลงตัวกับสูตรบำรุงผิวอันพิถีพิถัน พร้อมบรรจุภัณฑ์สุดหรู ซึ่งทั้งหมดล้วนยกระดับศาสตร์สู่งานศิลป์

 

          เกี่ยวกับ Art Basel 

 

          Art Basel ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 2513 จากความร่วมมือของบรรดาเจ้าของหอศิลป์ในเมืองบาเซิล จนปัจจุบันได้กลายเป็นมหกรรมศิลปะร่วมสมัยและศิลปะสมัยใหม่ระดับโลก ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองบาเซิล ไมอามีบีช และฮ่องกง โดยการจัดแสดงในแต่ละที่ล้วนมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันไป สะท้อนผ่านหอศิลป์ที่เข้าร่วมจัดแสดง งานศิลปะที่นำเสนอ รวมถึงลักษณะของกิจกรรมคู่ขนานที่จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในท้องถิ่น Art Basel เป็นมากกว่างานแสดงศิลปะทั่วไปเพราะมีการจัดกิจกรรมใหม่ๆมากมาย โดยในปี 2557 Art Basel ได้เปิดโครงการระดมทุนผ่านทาง Kickstarter ด้วยการเสนอผลงานศิลปะที่ผ่านการคัดเลือกต่อผู้ที่มีกำลังซื้อ ซึ่งก็คือผู้ชมขาประจำของ Art Basel และผู้ที่อยู่ในชุมชน Kickstarter เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสนับสนุนผลงานศิลปะที่ไม่แสวงหาผลกำไรที่มีความโดดเด่นจากทั่วโลก ซึ่งจนถึงตอนนี้สามารถระดมทุนให้แก่โครงการศิลปะทั่วโลกได้กว่า 1.2 ล้านดอลลาร์ นอกจากนั้นยังมีโครงการ Art Basel Cities ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2559 โดย Art Basel ได้ร่วมมือกับเมืองพันธมิตรที่ได้รับการคัดเลือก เพื่อพัฒนากิจกรรมที่สนุกสนานและมีสาระสำหรับแต่ละเมืองโดยเฉพาะ พร้อมกับสนับสนุนเมืองพันธมิตรให้พัฒนาวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง และเชื่อมโยงเมืองต่างๆ กับวงการศิลปะระดับโลกด้วยความเชี่ยวชาญและเครือข่ายของ Art Basel สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ artbasel.com

 

          สื่อมวลชนกรุณาติดต่อ

          ฟลอเรนท์ คาเนปา

          ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์และการสื่อสารทั่วโลก

          อีเมล: florent.canepa@laprairie.com  

          โทร. +41-44-947-82-10

 

          ที่มา: La Prairie

เพื่อน
ยังไม่มีเพื่อน

 
สมุดเยี่ยม
กรุณา "เข้าสู่ระบบ" ก่อนคอมเม้นต์
ปฏิทินบล็อก
กุมภาพันธ์ 2560
อา.จ.อ.พ.พฤ.ศ.ส.
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728
บล็อกโปรด
    ยังไม่มีบล็อกโปรด

     
     
    ข้อตกลงการใช้บริการ ติดต่อเว็บไซต์ แจ้งปัญหาการใช้งาน แจ้ง Report เนื้อหา ติดต่อโฆษณา