หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
ยินดีต้อนรับ
ประวัติ
ยังไม่ได้กำหนดสถานะ
 
ผู้เยี่ยมชม 72 คน 
  

เพื่อน 0 คน 
  

คอมเม้นต์สมุดเยี่ยม 3 
  

คอมเม้นต์อัลบัม 0 
  

คอมเม้นต์บล็อก 9 
  
อัลบัม
ยังไม่ได้สร้างอัลบัม

 
อัพเดท
update 10:43 วันนี้ PRdelivery เขียนบล็อกใหม่ "AntWorks ทรงอิทธิพลมากขึ้นในอุตสาหกรรม AI อานิสงส์จากการเปิดตัวแพลตฟอร์ม ANTstein SQUARE"

update 16:25 เมื่อวาน PRdelivery เขียนบล็อกใหม่ "โรงแรม Raffles Grand Hotel d'Angkor เปิดห้องอาหาร '1932'"

update 15:59 วันอังคาร PRdelivery เขียนบล็อกใหม่ "“อีลี่” หลอมรวมทรัพยากรระดับพรีเมียมในนิวซีแลนด์ มุ่งให้บริการผู้บริโภคทั่วโลก"

update 17:15 วันจันทร์ PRdelivery เขียนบล็อกใหม่ "TECNO เปิดตัวสมาร์ทโฟน TECNO POP 3 Plus มาพร้อมแบตเตอรี่ 4000 mAh และจอใหญ่ให้ภาพสมจริงในราคาไม่ถึง 3 พันบาท"

update 15:26 วันอาทิตย์ PRdelivery เขียนบล็อกใหม่ "INC เผยการบริโภคถั่วมากขึ้นอาจช่วยป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ"

บล็อก
AntWorks ทรงอิทธิพลมากขึ้นในอุตสาหกรรม AI อานิสงส์จากการเปิดตัวแพลตฟอร์ม ANTstein SQUARE
10:43 วันนี้

 ปี 2562 คือปีแห่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การขยายสำนักงาน และการบุกเบิกเทคโนโลยีครั้งแรกของอุตสาหกรรม

 

          ปีนี้ถือเป็นหลักชัยสำคัญของ AntWorks(TM) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยี AI และระบบอัตโนมัติอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์แฟร็กทัล (fractal science) โดยความสำเร็จครั้งสำคัญที่สุดคือ การเปิดตัว ANTstein(TM) SQUARE แพลตฟอร์มระบบอัตโนมัติแบบผสมผสาน หรือ Integrated Automation Platform (IAP) เวอร์ชันใหม่ ที่ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถเปลี่ยนกระบวนการทางธุรกิจให้เป็นอัตโนมัติตั้งแต่ต้นจนจบได้อย่างรวดเร็ว ง่ายดาย และยืดหยุ่น นอกจากนี้ เพื่อสนับสนุนและเร่งขยายธุรกิจ AntWorks ได้เปิดสำนักงานใหม่หลายแห่งและเพิ่มจำนวนพนักงานทั่วโลก ทั้งยังได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากเทคโนโลยีสุดล้ำที่เป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรม

 

          "นี่คือปีแห่งประวัติศาสตร์และการบุกเบิกสิ่งใหม่ ๆ สำหรับ AntWorks" Asheesh Mehra ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ กล่าว "เมื่อ 4 ปีที่แล้ว เราเริ่มธุรกิจโดยมีเป้าหมายในการปฏิวัติอุตสาหกรรม AI ด้วยการส่งมอบแพลตฟอร์ม IAP แพลตฟอร์มแรกและหนึ่งเดียวให้แก่บริษัทที่มองการณ์ไกลในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ปัจจุบัน เราเดินหน้าท้าทายคู่แข่งที่เป็นบริษัทใหญ่และทำธุรกิจมานานกว่าเรามาก ตลอดปี 2562 เราได้ขยายธุรกิจในตลาดสำคัญ ๆ ทั่วโลก รวมถึงยกระดับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ เดินหน้าส่งเสริมวัฒนธรรมความร่วมมือและการอยู่ร่วมกัน และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัยที่สุด ความเคลื่อนไหวของเราล้วนได้รับแรงขับเคลื่อนจากพันธกิจในการแสดงพลังของ AI พร้อมส่งมอบคุณค่าแก่ลูกค้าและพนักงานของ AntWorks ให้ได้มากที่สุด ผมภูมิใจอย่างยิ่งกับความสำเร็จของพวกเราทุกคนที่ AntWorks"

 

          ขยายธุรกิจทั่วโลกและจัดจ้างบุคลากรมากความสามารถ

 

          เพื่อรองรับฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง AntWorks ได้ขยายธุรกิจทั่วโลกตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา ทั้งในออสเตรเลีย แคนาดา ดูไบ ฝรั่งเศส อินเดีย (บังคาลอร์ เจนไน มุมไบ) ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ปัจจุบัน AntWorks มีบุคลากรมากกว่า 500 คน เพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าเมื่อเทียบกับปี 2561 และเต็มไปด้วยบุคลากรมากความสามารถในภาคส่วนที่มีความสำคัญต่อการเติบโตเชิงยุทธศาสตร์ นอกจากนี้ AntWorks ยังขยายช่องทางออนไลน์ โดยมีผู้ติดตามกว่า 40,000 คนทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ

 

          เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์

 

          ในเดือนพฤษภาคม AntWorks ได้เปิดตัว ANTstein SQUARE แพลตฟอร์ม IAP แพลตฟอร์มแรกของอุตสาหกรรม ที่ช่วยให้ใช้บอตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งยังเข้าใจข้อมูลทุกรูปแบบ พร้อมมอบโซลูชันครบวงจรสำหรับการสร้างและรวบรวมข้อมูล รวมถึงการใช้งานและบริหารจัดการ Digital Workforce เทคโนโลยี AI

 

          ร่วมทุนและยกระดับความร่วมมือ

 

          AntWorks ประสบความสำเร็จในการร่วมทุนกับ SBI Neo Financial Services เพื่อจัดตั้งบริษัท SBI Antworks Asia ในญี่ปุ่น ซึ่งทำหน้าที่ส่งมอบโซลูชันระบบอัตโนมัติอัจฉริยะป้อนตลาดเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมการใช้ AI ในกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) ทาง AntWorks ได้ประกาศความร่วมมือกับ SEED Group เมื่อไม่นานมานี้

 

          รางวัลต่าง ๆ

 

          - Asheesh Mehra ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ ได้รับรางวัล 2019 Innovator of the Year - Technology Award จากเวทีประกาศรางวัล Singapore Business Review Management Excellence Awards โดยรางวัลดังกล่าวมอบให้แก่นักนวัตกรรมผู้ริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ ที่สร้างคุณูปการและความสำเร็จให้แก่ธุรกิจของตนเอง

 

          - AntWorks คว้ารางวัล Frost & Sullivan's Technology Innovation Award ในสาขาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ โดยผู้มอบรางวัลให้เหตุผลว่า ซอฟต์แวร์ระบบอัตโนมัติอัจฉริยะของ AntWorks สามารถประมวลผลข้อมูลจากเอกสารต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว และรู้สึกประทับใจที่ AntWorks ใช้ Cognitive Machine Reading ที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลแบบไร้โครงสร้าง โดยแพลตฟอร์ม ANTstein สามารถใช้ข้อมูลเพียงน้อยนิดในการฝึกเครื่องให้วิเคราะห์ และแม้แต่ผู้ที่ไม่ได้เชี่ยวชาญทางเทคนิคก็สามารถใช้แพลตฟอร์มของ AntWorks ในการทำให้กระบวนการทางธุรกิจเป็นอัตโนมัติตั้งแต่ต้นจนจบ

 

          - AntWorks คว้ารางวัล 451 Research - Firestarter Award จากวิสัยทัศน์และนวัตกรรมอันเหนือชั้น โดยผู้มอบรางวัลมองว่าแพลตฟอร์มของ AntWorks โดดเด่นแตกต่างจากโซลูชันของซัพพลายเออร์รายอื่น ๆ และระบุว่าแพลตฟอร์ม ANTstein สามารถแก้ปัญหาได้ครอบคลุมกว่าโซลูชันของซัพพลายเออร์รายอื่น ๆ ด้วยวิธีการทำงานที่แตกต่าง

 

          - AntWorks และ Indecomm Global Services ซึ่งเป็นลูกค้าของบริษัท เข้ารอบสุดท้ายของการประกาศรางวัล The Hackett Group Digital Awards จากการกำหนดนิยามใหม่ในการประมวลผลข้อมูลการจำนอง

 

          - AntWorks คว้ารางวัล L&D World Awards จาก Adobe ในสาขา Best Use of Technology in Learning

 

          การยอมรับจากอุตสาหกรรม

 

          - AntWorks ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่มผู้นำใน NelsonHall's Intelligent Automation Platforms NEAT Research โดยมีการยกย่องเทคโนโลยีของ AntWorks ว่า "ล้ำสมัย" และเป็น "ผู้แข่งขันที่น่าจับตา" ในด้าน Cognitive Automation

 

          - Everest Group จัดอันดับให้ AntWorks เป็นผู้นำใน Intelligent Document Processing (IDP) PEAK Matrix และเป็น Major Contender and Star Performer ใน RPA Products PEAK Matrix

 

          - IDC [1] และ Ovum ชื่นชมในความแตกต่างของ AntWorks โดยเฉพาะวิธีการทำงานที่มีข้อมูลเป็นศูนย์กลาง ซึ่งช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ได้ประโยชน์จากระบบอัตโนมัติครบวงจร

 

          - Avasant's Intelligent Automation Tools RadarView จัดอันดับให้ AntWorks อยู่ในกลุ่มนักนวัตกรรม จากการพัฒนาระบบอัตโนมัติอัจฉริยะโดยมีข้อมูลเป็นศูนย์กลาง

 

          - AntWorks ติดอันดับ Constellation ShortList(TM) สาขาแพลตฟอร์ม RPA เป็นครั้งที่สามติดต่อกัน

 

          - AntWorks ได้รับคะแนนรวม 4.7 จากเต็ม 5 คะแนน สำหรับซอฟต์แวร์ระบบประมวลผลอัตโนมัติโดยหุ่นยนต์ หรือ Robotic Process Automation (RPA) จากการให้คะแนน 36 ครั้งโดยผู้ซื้อ บนเว็บไซต์ Gartner's Peer Insights[2] ณ วันที่ 30 ตุลาคม 2562

 

          Phil Fersht ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ HFS Research กล่าวถึงความสำเร็จของ AntWorks ในปี 2562 ว่า "AntWorks นำเสนอระบบอัตโนมัติอัจฉริยะครบวงจร ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ เข้าถึงโซลูชันทั้งหมดของบริษัท หากระดมทุนครั้งใหญ่อีกสักรอบ บริษัทจะทรงอิทธิพลอย่างแท้จริงแน่นอน"

 

          อ้างอิง

          [1] IDC Market Note: AntWorks Bringing Cognitive Machine Reading to the Intelligent Automation Party, Pushkaraksh Shanbhag, Mar 2019 Doc #AP44907219

          [2] Gartner Peer Insights reviews constitute the subjective opinions of individual end users based on their own experiences, and do not represent the views of Gartner or its affiliates.

 

          เกี่ยวกับ AntWorks

 

          AntWorks(TM) คือผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยี AI และระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ ที่สร้างความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ด้วยข้อมูลผ่านทางระบบอัตโนมัติ ระบบดิจิทัล และระบบอัจฉริยะสำหรับองค์กร บริษัทเป็นเจ้าของ ANTstein(TM) SQUARE แพลตฟอร์มระบบอัตโนมัติแบบผสมผสาน หรือ Integrated Automation Platform (IAP) แพลตฟอร์มแรกและหนึ่งเดียวในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์แฟร็กทัลและมีความสามารถในการจดจำรูปแบบที่เข้าใจข้อมูลทุกรูปแบบ จึงสามารถแปลงข้อมูลทุกอย่างให้อยู่ในรูปของข้อมูลดิจิทัลเพื่อรองรับความต้องการของหลากหลายอุตสาหกรรม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.ant.works เพื่อเพิ่มพลังให้กับองค์กรของคุณด้วยการทำให้กระบวนการทางธุรกิจอันซับซ้อนเป็นอัตโนมัติตั้งแต่ต้นจนจบ

          โลโก้ - https://photos.prnasia.com/prnh/20190814/2551620-1LOGO

 

โรงแรม Raffles Grand Hotel d'Angkor เปิดห้องอาหาร '1932'
16:25 เมื่อวาน

 - สถานที่เดียวในเสียมราฐที่แขกผู้มาเยือนจะได้ลิ้มลองอาหารชาววังเขมร

 

          โรงแรมที่มีประวัติศาสตร์และตำนานเล่าขานยาวนานที่สุดของกัมพูชาได้จารึกเรื่องราวบทใหม่อีกหน้าหนึ่ง ในโอกาสที่ทางโรงแรมได้เปิดตัวห้องอาหารหรูแห่งใหม่หลังจากการปิดปรับปรุงครั้งใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา

 

          ห้องอาหาร '1932' ตั้งชื่อตามปีที่โรงแรม Raffles Grand Hotel d' Angkor เปิดให้บริการ ซึ่งในพิธีเปิดห้องอาหารเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แขกผู้มีเกียรติ 50 ท่านได้รับเชิญมาร่วมรับประทานอาหารเขมรต้นตำรับผสานความร่วมสมัย ที่ทางห้องอาหารยกขบวนมาเสิร์ฟให้ได้ลิ้มลองหลากหลายเมนู

 

          ห้องอาหาร '1932' ตั้งอยู่บนชั้นหนึ่งของอาคาร Heritage Wing ใกล้กับห้องอาหาร Conservatory และอยู่ด้านหลังของ Elephant Bar อันโด่งดัง โดยห้องอาหาร '1932' มีความสง่างามและภูมิฐาน สมกับที่มารับช่วงสืบทอดตำนานต่อจาก Restaurant Le Grand ที่เปิดมาก่อนหน้านี้และอยู่คู่กับโรงแรมมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง อีกทั้ง '1932' ยังได้รับเกียรติเป็นภัตตาคารเพียงหนึ่งในสองแห่งของกัมพูชาที่ได้รับอนุญาตให้เสิร์ฟอาหารตำรับราชสำนักเขมร (Royal Khmer Cuisine) ซึ่งอีกแห่งหนึ่งคือห้องอาหารโรงแรมในเครือเดียวกันอย่าง Raffles Hotel Le Royal ในกรุงพนมเปญ โดยทางโรงแรมได้รับการถ่ายทอดตำรับอาหารเหล่านี้มาจากห้องเครื่องของกษัตริย์กัมพูชา โดยได้รับอนุญาตตามพระราชกฤษฎีกา

 

          Royal Khmer Menu เป็นการนำองค์ประกอบและรสสัมผัสที่หลากหลายมาผสมผสานจนเกิดเป็นเมนูอันน่าตื่นตาตื่นใจ อาทิ สลัดกุ้งและมะม่วง ซุปใสล็อบสเตอร์รสจัดจ้าน ซี่โครงแกะย่างในซอสขิง แกงไก่ในลูกมะพร้าว และตบท้ายมื้อค่ำแสนอร่อยด้วยขนมหวานอย่าง สังขยาฟักทอง

 

          Angela Brown รับตำแหน่ง Executive Chef ของ Raffles Grand Hotel d' Angkor เธอเป็นชาวบริสเบน ออสเตรเลีย และสั่งสมประสบการณ์จากการเป็นเชฟประจำโรงแรม Sofitel หลายสาขาทั่วโลก ซึ่งรวมถึงลอนดอนและกรุงเทพฯ การอาศัยอยู่ในเสียมราฐมานานเกือบ 3 ปี ทำให้ Chef Angela ได้คลุกคลีกับอาหารกัมพูชาและมีความหลงใหลในเทคนิคการปรุงอาหารท้องถิ่น"อาหารเขมรเป็นการผสมผสานระหว่างรสชาติที่กลมกล่อม เป็นธรรมชาติ และละมุนลิ้น" เธออธิบาย "อาหารเขมรมีความลุ่มลึกกว่าอาหารไทยมาก อาหารเขมรจะมีรสชาติโดดออกมา และทำให้คุณอยากลิ้มลองต่อไปเรื่อย ๆ" Chef Angela มุ่งมั่นรังสรรค์เมนูอาหารเขมรแบบดั้งเดิมด้วยวิธีการสมัยใหม่ ซึ่ง"ไม่ใช่การฟิวชั่น แต่เป็นเมนูที่สามารถประยุกต์ให้ถูกปากชาวตะวันตก" เธอกล่าว โดยหนึ่งในเมนูซิกเนเจอร์ใหม่ล่าสุดของ Chef Angela คือ เนื้อแก้มวัวที่นุ่มละลายในปาก เสิร์ฟพร้อมสมุนไพรท้องถิ่นที่มีกลิ่นหอมอย่างผักแขยง (ma-om ในภาษาเขมร) และแกงไข่นกกระทา สำหรับเมนูขึ้นชื่ออื่น ๆ ได้แก่ อาหารจานเนื้อประจำชาติกัมพูชาอย่าง lok lak ที่ปรุงในสไตล์ชาโตบริยองด์ และเนื้อวากิวสันนอกกับซอสองุ่น

 

          นอกจากนี้ ยังมีการคัดสรรเครื่องเคียงประจำแต่ละมื้ออาหารอย่างพิถีพิถัน หนึ่งในนั้นได้แก่ duka ธัญพืชรวมซึ่งประกอบไปด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ งา ลูกผักชีและเกลือ ขนมปังข้าวไรย์ที่โรยจนทั่วด้วยเมล็ดพืชท้องถิ่นคล้ายอัลมอนด์เรียกว่า chombok ขณะที่ la-voch เป็นจาปาตีที่ทำจากข้าวสาลีและสมุนไพรท้องถิ่น ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยการควบคุมดูแลโดย Ms. Sum Socheata ผู้เชียวชาญด้านไวน์แห่ง '1932' แขกทุกท่านยังจะได้รับประสบการณ์การจับคู่ไวน์กับอาหารแต่ละจานของ Royal Khmer ทั้ง 5 คอร์ส ขณะเดียวกันทางโรงแรมยังนำเครื่องดื่มชื่อดังที่เป็นซิกเนเจอร์ของ Raffles อย่าง Singapore Sling มารังสรรค์เป็นเวอร์ชันกัมพูชาที่มีส่วนผสมของขิงและข่า ในชื่อ Grand Hotel d'Angkor Sling พร้อมเสิร์ฟเป็นแอพเพอริทิฟ หรือเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อยอีกด้วย

 

          "การรีโนเวททำให้ห้องอาหารมีความทันสมัย สดใหม่ด้วยแสง แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงให้ความรู้สึกย้อนยุคกลับไปในสมัยก่อน" Vincent Gernigon ผู้จัดการโรงแรม กล่าว "ห้องอาหารโฉมใหม่นี้ได้รับการเติมเต็มอย่างสมบูรณ์แบบด้วยเมนูน่าตื่นตาตื่นใจที่สร้างสรรค์ขึ้นโดย Chef Angela และเพิ่มมิติใหม่ให้กับอาหารเขมร"

 

          Raffles Grand Hotel d'Angkor กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2019 หลังจากที่ปิดเพื่อบูรณะเป็นเวลา 6 เดือน โรงแรมได้รับการออกแบบในช่วงปลายทศวรรษ 1920s โดยสถาปนิก Ernest Hebrard การตกแต่งภายในของโรงแรมเป็นการผสมผสานศิลปะเขมรเข้ากับอิทธิพลของศิลปะแนวอาร์ตเดโค โดยมีลิฟต์ที่ทำจากไม้และเหล็กบริสุทธิ์เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของโรงแรมแห่งนี้ 'The Grand' ทำหน้าที่เป็นฐานที่มั่นสำหรับนักโบราณคดี นักสำรวจ และผู้มาเยือน Kingdom of Angkor ที่เพิ่งถูกค้นพบในสมัยนั้น Fairmont Raffles Hotels International (FRHI) ได้เข้าเทคโอเวอร์โรงแรมในปี 1997 ตามคำเชิญของพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ แห่งกัมพูชา ปัจจุบันโรงแรมเป็นส่วนหนึ่งของเครือ Accor หลังจากที่ทางกลุ่มได้ซื้อกิจการ FRHI ในเดือนกรกฎาคม 2016

 

          สำหรับการสำรองห้องพักที่ Raffles Grand Hotel d'Angkor กรุณาติดต่อหมายเลขโทรศัพท์ +855 23 982 598 หรืออีเมล bookus.siemreap@raffles.com โดยราคาห้องพักโรงแรม Raffles Grand Hotel d'Angkor เริ่มต้นที่ 230 ดอลลาร์สหรัฐต่อคืน

 

          รับชมและดาวน์โหลดรูปภาพความละเอียดสูงได้ที่นี่ [https://drive.google.com/drive/folders/1WPIWiYBMgbu9L7B6fs311IM6Ln4iXWd_ ]

 

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

 

          Joyce Ong, Vice President Communications

          Accor - Upper Southeast & Northeast Asia and the Maldives

          อีเมล: joyce.ong@accor.com

 

          Harry Greig, Communications Manager

          Accor - Upper Southeast & Northeast Asia and the Maldives

          โทร: +66 65 510 5290 | อีเมล: harry.greig@accor.com

 

          Margaux Hontiveros, Director of Marketing & Communications

          Raffles Cambodia

          โทร: +855 23 981 888 | อีเมล: margaux.hontiveros@raffles.com

 

          Raffles Grand Hotel d'Angkor

 

          โรงแรม The Grand Hotel d'Angkor เปิดประตูต้อนรับแขกผู้มาเยือนครั้งแรกในปี 1932 เพื่อให้บริการที่พักหรูหราแก่นักสำรวจกลุ่มแรกที่เดินทางมาสำรวจปราสาทนครวัด-นครธม ซึ่งเป็นมรดกโลกของยูเนสโก จากนั้นได้มีการบูรณะอย่างระมัดระวังและกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในปี 1997 โดย Raffles Hotels and Resorts โรงแรมแห่งนี้ได้ซึมซับจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยของ Raffles พร้อมทำหน้าที่เป็นเป็นขุมทรัพย์แห่งเรื่องราว ประวัติศาสตร์ และตำนานที่ถูกค้นพบ ณ ธรณีประตูของหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ The Grand Hotel ประกอบด้วยห้องพัก 119 ห้อง รวมถึงห้องสวีทและวิลล่า ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหมู่อาคาร Heritage สวนฝรั่งเศส และสระว่ายน้ำกว้างใหญ่ไพศาลที่จำลองมาจากอ่างอาบน้ำในพระราชวังโบราณ เป็นที่พักพิงอันปลอดภัยสำหรับผู้ที่ต้องการผ่อนคลายจากการออกไปสำรวจปราสาท และเพลิดเพลินกับการเที่ยวชมนครเสียมราฐอันมีชีวิตชีวา สำหรับทางเลือกในการรับประทานอาหารนั้น The Grand Hotel ยึดมั่นในการสืบสานมรดกของ Raffles ตั้งแต่การจิบชายามบ่าย Afternoon Tea ที่ห้องอาหาร The Conservatory ไปจนถึงการรับประทานอาหารค่ำในบรรยากาศโออ่าพร้อมชมศิลปะการแสดงสุดเอ็กซูคลูซีฟ ณ Apsara Terrace หรือจะเป็นเมนูตำรับชาววังเขมร Le Grand's Royal Khmer Cuisine ซึ่งทุกเมนูทำขึ้นจากสูตรอาหารที่ Raffles ได้รับพระราชทานภายใต้พระราชกฤษฎีกาจากห้องเครื่องวังหลวง โรงแรมตั้งอยู่ในย่าน Old French Quarter ใกล้กับพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ และเดินทางจากสนามบินเพียง 15 นาที ทั้งยังอยู่ใกล้ตัวเมือง สามารถเดินไปเที่ยวชมตลาดที่คึกคัก หรือออกไปสนุกกับไนท์ไลฟ์สุดเทรนดี้ในยามค่ำคืน

 

          เกี่ยวกับ Raffles

 

          Raffles Hotels & Resorts เปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์อันรุ่งเรือง และมีโรงแรมที่มีชื่อเสียงระดับแนวหน้าอยู่ในหลายเมืองทั่วโลก ในปี 1887 โรงแรม Raffles Singapore ได้สร้างมาตรฐานแห่งการให้บริการที่หรูหรา ด้วยการแนะนำให้โลกได้รู้จักกับบริการบัตเลอร์ส่วนตัว เครื่องดื่มซิกเนเจอร์อย่าง Singapore Sling ตลอดจนบริการชั้นเลิศที่เป็นตำนานและยังสืบทอดต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบัน Raffles ยังคงสืบสานธรรมเนียมนี้ในเมืองชั้นนำและสถานที่พักตากอากาศสุดหรู เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่นักเดินทางด้วยประสบการณ์อันมีค่า และบริการที่ทั้งสุภาพและเป็นมิตร ผู้ที่รู้จักใช้ชีวิตต่างเลือกพักกับ Raffles ไม่เพียงเพราะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของวัฒนธรรม ความงาม และความมีระดับ แต่ยังเป็นเพราะผู้เข้าพักสามารถรู้สึกได้ถึงความพิเศษที่พบได้เฉพาะที่ Raffles เท่านั้น โรงแรม Raffles แต่ละแห่ง ไม่ว่าจะในปารีส อิสตันบูล วอร์ซอ จาการ์ตา หรือเซเชลส์ ต่างทำหน้าที่เป็นโอเอซิสอันศักดิ์สิทธิ์ ที่ซึ่งนักเดินทางมาเยือนในฐานะแขก จากไปอย่างมิตร และกลับมาเยือนอีกครั้งในฐานะสมาชิกของครอบครัว Raffles เป็นส่วนหนึ่งของ Accor เครือโรงแรมระดับชั้นนำของโลกที่มอบประสบการณ์แสนพิเศษในโรงแรมและที่พัก 4,900 แห่งใน 110 ประเทศ

 

          รูปภาพ - https://photos.prnasia.com/prnh/20191202/2657703-1

          โลโก้ - https://photos.prnasia.com/prnh/20191202/2657703-1LOGO

ผลการสำรวจล่าสุดชี้ตัวเลขผู้ศัลยกรรมเสริมความงามเพิ่มขึ้นทั่วโลก
15:26 เมื่อวาน

 



สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยนานาชาติ (International Society of Aesthetic Plastic Surgery: ISAPS) เปิดเผยผลการสำรวจประจำปีในด้านการเสริมความงามในยุคปัจจุบัน ซึ่งระบุว่า ตัวเลขของผู้เสริมความงามในปี 2561 เพิ่มขึ้นถึง 5.4%

 

สถิติน่าสนใจจากผลการสำรวจทั่วโลกในปี 2561

 

การรักษาโดยไม่ผ่าตัด อาทิ การฉีดฟิลเลอร์ ปรับตัวขึ้น 10.4% ซึ่งมากกว่าการศัลยกรรมโดยใช้วิธีผ่าตัดที่ลดลง 0.6%

 

การเสริมหน้าอกโดยใช้ถุงเต้านมเทียมได้รับความนิยมจนติดอันดับแรกในกลุ่มการศัลยกรรมที่มีผู้ทำมากที่สุด โดยปรับตัวขึ้น 6.1% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และทะยานขึ้น 27.6% เมื่อเทียบกับปี 2557

 

ส่วนการศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมโดยมีส่วนเพิ่มมากที่สุด คือการผ่าตัดดูดไขมันและการผ่าตัดยกกระชับหน้าท้อง ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 9% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า

 

การฉีดโบท็อกซ์ปรับตัวขึ้นจากปี 2560 ถึง 17.4% ตามมาด้วยการฉีดฟิลเลอร์ด้วยกรดไฮยาลูโรนิคซึ่งเพิ่มขึ้น 11.6%

 

10 ประเทศที่มีการศัลยกรรมความงามสูงสุด

 

สองประเทศแรก (สหรัฐอเมริกาและบราซิล) มีสัดส่วนการศัลยกรรมความงามคิดเป็น 28.4% ของการทำศัลยกรรมทั่วโลก ตามมาด้วยอีก 8 ประเทศที่เหลือ (เม็กซิโก เยอรมนี อินเดีย อิตาลี อาร์เจนตินา โคลอมเบีย ออสเตรเลีย และไทย) โดยบราซิลแซงขึ้นครองแชมป์ประเทศที่มีการศัลยกรรมความงามสูงที่สุดในโลก ขณะที่สหรัฐครองแชมป์ชาติที่มีการศัลยกรรมโดยไม่ผ่าตัดมากที่สุดในโลก

 

ประเทศ

จำนวนการศัลยกรรมโดยใช้การผ่าตัด

จำนวนการศัลยกรรมโดยไม่ใช้การผ่าตัด

จำนวนการศัลยกรรมทั้งหมด

เปอร์เซ็นต์การทำศัลยกรรมเทียบกับทั้งโลก

สหรัฐอเมริกา

1,492,383

2,869,485

4,361,867

18.7%

บราซิล

1,498,327

769,078

2,267,405

9.7%

เม็กซิโก

518,046

525,200

1,043,247

4.5%

เยอรมนี

385,906

536,150

922,056

4.0%

อินเดีย

390,793

505,103

895,896

3.9%

อิตาลี

311,456

542,752

854,208

3.7%

อาร์เจนตินา

280,555

328,405

608,960

2.6%

โคลอมเบีย

273,316

135,473

408,789

1.8%

ออสเตรเลีย

102,404

100,238

202,642

0.9%

ไทย

105,105

35,018

140,123

0.6%



ความแตกต่างทางเพศ

 

ผู้หญิงยังคงมีสัดส่วนการศัลยกรรมมากกว่าผู้ชาย คิดเป็นสัดส่วน 87.4% หรือ 20,330,465 ครั้ง ส่วนการศัลยกรรมของผู้ชายมีสัดส่วน 12.6% ในปี 2561 หรือ 2,935,909 ครั้ง

 

การศัลยกรรมแบบผ่าตัดยอดนิยมในกลุ่มผู้หญิงคือการศัลยกรรมหน้าอก โดยมีการศัลยกรรมมากถึง 1,841,098 ครั้ง ส่วนการศัลยกรรมโดยไม่ใช้การผ่าตัดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือการฉีดโบท็อกซ์ที่ 5,344,764 ครั้ง สำหรับการศัลยกรรมแบบผ่าตัดยอดนิยมในกลุ่มผู้ชายคือการผ่าตัดเต้านม 269,720 ครั้ง ส่วนการศัลยกรรมโดยไม่ใช้การผ่าตัดยอดนิยมของกลุ่มผู้ชายคือการฉีดโบท็อกซ์ที่ 752,752 ครั้ง

 

ดร. เดิร์ก ริชเตอร์ ประธานของ ISAPS กล่าวว่า “นับเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นที่ได้เห็นตลาดศัลยกรรมเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั่วโลก โดยการรักษาต่าง ๆ มีแผลผ่าตัดน้อยลงมาก ตามตัวเลขที่แสดงในผลการสำรวจนี้”

 

อย่างไรก็ตาม ดร.ริชเตอร์ได้กล่าวเตือนถึงการฉีดฟิลเลอร์โดยพนักงานในสถาบันเสริมความงามที่ไม่ใช่แพทย์ หรืออาจเป็นแพทย์ที่ไม่ได้รับการฝึกอบรมมาโดยเฉพาะ หลังพบภาวะแทรกซ้อนมากขึ้นทั่วโลก

 

“แม้การศัลยกรรมหน้าอกมักจะเป็นประเด็นที่สื่อนำมาตีข่าวอยู่เรื่อย ๆ แต่สิ่งนี้ก็ยังเป็นการทำศัลยกรรมที่เติบโตดีที่สุดในโลก อีกทั้งคนไข้ยังตระหนักถึงคุณประโยชน์มากมาย เราคาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะทำสถิติอีกครั้งในปีนี้ ซึ่งจะพิสูจน์ให้เห็นว่าคนไข้กำลังได้ประโยชน์จากนวัตกรรมล่าสุดในการศัลยกรรมความงาม เพื่อให้ตัวเองสวยขึ้นและรู้สึกดีขึ้น” ดร.ริชเตอร์กล่าว

 

ระเบียบวิธีการสำรวจ

 

ข้อมูลการสำรวจจากทั่วโลกได้รับการเรียบเรียงหลังจากที่ได้สอบถามศัลยแพทย์พลาสติกราว 35,000 คนในฐานข้อมูลของ ISAPS โดยแบบสอบถามดังกล่าวได้เน้นไปที่จำนวนการทำศัลยกรรมทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัดในปี 2561 รวมถึงคำถามที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ โดยผลลัพธ์ดังกล่าวได้รับการรวบรวม เรียบเรียง และวิเคราะห์โดย Industry Insights บริษัทวิจัยอิสระในเมืองโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ

 

ISAPS เป็นเพียงองค์กรเดียวที่รวบรวมข้อมูลด้านความงามดังกล่าวในระดับโลกเป็นประจำทุกปี สามารถรับชมสำเนาของผลการสำรวจฉบับเต็มได้ที่ www.ISAPS.org

 

เกี่ยวกับ ISAPS

สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยนานาชาติ (ISAPS) เป็นสมาคมสากลชั้นนำของศัลยแพทย์ด้านความงามที่ได้รับใบรับรอง ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2513 โดย ISAPS ได้เปิดเวทีเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ด้านศัลยกรรมพลาสติกเพื่อความงามในระดับโลก นอกจากนี้ ทางสมาคมยังได้มอบการฝึกอบรมและการศึกษาต่อเนื่องที่ทันสมัยให้กับสมาชิก พร้อมสนับสนุนและให้การรับรองการประชุมทางวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่องทั่วโลก ในปัจจุบัน สมาชิกของ ISAPS ประกอบด้วยศัลยแพทย์เพื่อความงามและการรักษาความบกพร่องที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลกจากกว่า 100 ประเทศ


โลโก้ - https://mma.prnewswire.com/media/1038963/ISAPS_Logo.jpg

เพื่อน
ยังไม่มีเพื่อน

 
สมุดเยี่ยม
กรุณา "เข้าสู่ระบบ" ก่อนคอมเม้นต์
โดย : Lada Story 18:39 - 14 เมษายน 2562 ลบ
โดย : รายการ 14:10 - 14 มีนาคม 2561 ลบ
hi !
ปฏิทินบล็อก
ธันวาคม 2562
อา.จ.อ.พ.พฤ.ศ.ส.
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031