หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
วัชรเฉทิกปรัชญาปารมิตาสูตร ตอนที่ 3 - 4
13:26 - 14 สิงหาคม 2562 (แก้ไขล่าสุด 13:53 - 14 สิงหาคม 2562)

 

 

หรือไม่ ? พระเถระ สุภูติ ทูลตอบหามิได้พระเจ้าข้า เพราะเหตุใด ? เพราะเหตุว่า.โสดาบันเป็นเพียงชื่อแท้จริงแล้วหาได้มีการเข้ากระแสใด ๆ ไม่บุคคลผู้ไม่ใส่ใจใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ธรรมมารมณ์ เท่านั้นที่จะได้ชื่อว่า โสดาบันสุภูติ.เธอมีความเห็นเช่นไรบุคคล บรรลุถึงขั้น สกิทาคามีคือผู้ที่จะกลับมาเกิดเพียงชาติ

เดียวจะหลงยึดติดว่าตนได้บรรลุเป็น สกิทาคามีแล้วกระนั้นได้หรือไม่ ? พระเถระ สุภูติ ทูลตอบหามิได้พระเจ้าข้า เพราะเหตุใด เพราะเหตุว่า.สกิทาคามีเป็นเพียงชื่อแท้จริงแล้วหาได้มีการเกิดดับ ไม่(ผู้แจ้งชัดในความจริงนี้เท่านั้น)จึงเรียกว่า สกิทาคามี สุภูติ.เธอมีความคิดเห็นเช่นไร ?บุคคลผู้บรรลุถึงขั้น อานาคามี คือ ผู้ที่จะไม่กลับมาเกิดอีกจะหลงยึดติดว่าตนได้บรรลุเป็น อานาคามี แล้วกระนั้นหรือไม่ ? พระเถระ สุภูติ ทูล

ตอบหามิได้พระเจ้าข้าเพราะเหตุใด เพราะว่า อานาคามี เป็นเพียงชื่อ แท้จริงแล้วหาได้มีการกลับมาเกิดอีกไม่ ผู้แจ้งชัดในความจริงเท่านั้นจึงเรียกว่า อานาคามีสุภูติ.เธอมีความ เห็นเช่นไร บุคคลผู้บรรลุขั้นอรหันตผล คือ ผู้หลุดพ้นแล้วจากกิเลสทั้งปวง จะหลงยึดติดว่าตนได้หลุดพ้นแล้วกระนั้นได้หรือไม่ ? พระเถระ สุภติ ทูลตอบ หามได้พระเจ้าข้าเพราะเหตุใด เพราะแท้จริงแล้วมันมิได้มีสภาวะที่เรียกว่าการหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าพระอรหันต์ยังคง

ยึดติดว่าตนเป็นผู้หลุดพ้นก็แสดงว่าท่านยังยึด ติดอยู่ในความเห็นเรื่อง อัตตา ตัวตน บุคคล สัตว์ และภพภูมิ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ คราวเมื่อพระองค์ตรัสแสดงว่า ข้าพระองค์เป็นเลิศในหมู่อรหันต์ มีสมาธิอันสมบูรณ์ ยินดีในวิเวก สันโดษ หลุดพ้นแล้วจากตัณหาราคะทั้งปวง ข้าพระองค์มิได้หลงคิดเลยว่า ข้าพระองค์เป็นอรหันต์ หลุดพ้นแล้วจากราคะตัณหาทั้งปวง ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หากข้าพระองค์หลงคิดว่าข้าพระองค์เป็นเช่นนั้น พระองค์ก็จะมิทรงตรัสแสดงว่า สุภูติ ได้ซึ่งความสุขทรงอยู่ในความสงบ สันติ ปลีกวิเวกอยู่กลางป่า นี่เป็นเพราะ สุภูติมิทรงอยู่ในที่ใดเลย ดังนั้นพระองค์จึงเรียกว่าสุภูติ.ผู้ทรงความสุข สงบ สันติ ปลีกวิเวกอยู่กลางป่าดังนี้.


สู่แดนบริสุทธิ์


พระผู้มีพระภาคทรงตรัสต่อไปว่า.สุภูติ..เธอมี ความคิดเห็นเช่นไรในอดีตกาล เมื่อตถาคตยังอยู่ในยุคของ พระพุทธเจ้า ทีปังกร ตถาคตได้บรรลุธรรมหรือไม่ ? ไม่เลยพระเจ้าข้า เมื่อตถาคตอยู่มนยุคของพระพุทธเจ้า ทีปังกรนั้นตถาคตมิได้บรรลุซึ่งธรรมใด ๆ เลย สุภูติ เธอมีความเห็นเช่นไร ?โพธิสัตว์ได้ตกแต่งระเตรียมเพื่อดินแดนแห่งพุทธภูมิอันสมบูรณ์ยิ่งหรือไม่ ? ไม่เลยพระเจ้าข้าเพราะเหตุใด เพราะการตกแต่งตระเตรียมเพื่อดินแดนแห่งพุทธภูมิอันสมบูรณ์ยิ่งขึ้นนั้นหา ใช่การตกแต่งตระเตรียมเพื่อให้.

สมบูรณ์ไม่นี่เป็นเพียงชื่อสมมุติเท่านั้นพระพุ ทะองค์ทรงตรัสต่อไปว่า.ดังเช่นนั้น สุภูติ โพธิสัตว์ทั้งหลายไม่ว่าจะบารมีน้อยหรือบารมีอันยิ่งใหญ่ควรพัฒนาจิตให้ บริสุทธิ์ สะอาด สว่างแจ้งชัดด้วยปัญญา จะไม่ยึดติดอยู่กับ รูป เสียง กลิน รส สัมผัส ธรรมมารมณ์ใด ๆ โพธิสัตว์ควรจะพัฒนาจิตให้สว่างแจ่มแจ้งเหนือสภาวะทั้งปวง สุภูติ.นี่เปรียบได้กับบุคคลผู้มีร่างกายใหญ่โตดุจเขาพระสุเมรุเธอคิด ว่า รูปกายนั้นยิ่งใหญ่หรือไม่ ? พระเถระ สุภูติทูลตอบ ยิ่งใหญ่จริงพระเจ้าข้านี่เป็นเพราะว่าพระองค์ได้เคยแสดงไว้ว่า ไม่มีรูปกายใดที่

เป็นรูปกายอันยิ่งใหญ่แท้จริง นั่นล้วนเป็นเพียงแค่ชื่อสมมุติเท่านั้น แท้จริงความยิ่งใหญ่ก็มิใช่ยิ่งใหญ่ที่แท้จริง แล้วจะมีความแตกต่างอันใดระหว่างความยิ่งใหญ่กับความไม่ยิ่งใหญ่ การตระเตรียมฯ การไม่ได้ตระเตียมฯก็เหมือนการตระเตรียมจะกล่าวว่ายิ่งใหญ่ก็เหมือนไม่ยิ่ง ใหญ่ ยิ่งใหญ่ก็เหมือนจะยิ่งใหญ่ การตอบเช่นนี้ของพระเถระ  สุภูติ แสดงถึงอนันตตสภาวะที่แท้จริงมันไม่ใช่ทั้งใหญ่ - หรือ- ไม่ใหญ่แม้ตอบว่า ใหญ่แต่เหตุผลที่ให้ก็มิได้สนับสนุนว่าใหญ่แต่จะชี้ตรงลงไปที่ความไม่ยึดติด ในคุณค่าใด ๆ เรียกว่า อนัตตามันนอกเหนือคุณค่าและเหตุผล...(ผู้แปล หมายถึงท่าน ชยธมฺโม ภิกขุ)

คอมเม้นต์
กรุณา "เข้าสู่ระบบ" ก่อนคอมเม้นต์
ผู้เขียน
บล็อกโปรด